กยศ.ส่งมอบของขวัญปีใหม่ 66 ลดดอก-ค่าปรับต่ออีก 6 เดือน

กยศ.ส่งมอบของขวัญปีใหม่ 66 ลดดอก-ค่าปรับต่ออีก 6 เดือน

เศรษฐกิจ

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กยศ. มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการลดหย่อนหนี้ต่ออีก 6 เดือน เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.66 จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.65 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 66 ให้กับผู้กู้ยืมเงินกองทุน รวมถึงช่วยเหลือและให้โอกาสผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ได้มีทางเลือกในการผ่อนชำระมากขึ้น สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.studentloan.or.th และตรวจสอบยอดชำระได้ที่แอปพลิเคชัน กยศ. Connect

สำหรับรายละเอียดมาตรการลดหย่อนหนี้ เช่น ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากเดิม 1% ต่อปี เป็น 0.01% ต่อปี สำหรับผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนกองทุนและไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ และลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้และต้องการปิดบัญชีในคราวเดียวลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ หรือไม่ค้างชำระ เป็นต้น สำหรับสถานะของกองทุนฯ ล่าสุด ให้โอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาแล้วกว่า 6.4 ล้านราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 700,000 ล้านบาท.

สุดปัง 3 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ‘Asava–Vickteerut–TandT’ กับแฟชั่นโชว์สุดอลังการ

สุดปัง 3 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ‘Asava–Vickteerut–TandT’ กับแฟชั่นโชว์สุดอลังการ

ออกแบบ

อัพเดตเทรนด์รับลมหนาวกับ 3 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ที่เพิ่งจัดแฟชั่วโชว์อวดผลงานจากคอลเลกชั่น ออทั่ม – วินเทอร์ 2022 ที่ต่างหยิบยกแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัวมาถ่ายทอดบนโครงชุดในรูปแบบต่างๆ วันนี้มีโอกาสเลยขอหยิบยกคอลเลกชั่นจาก 3 แบรนด์ดังมาให้ได้ชมและเป็นไอเดียไว้ครีเอทลุคสุดเก๋กัน

หากจะกล่าวถึงวงการแฟชั่นไทยชื่อของ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ ‘หมู อาซาว่า’ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group ก็คงไม่หลุดไปจากโผ ล่าสุดจัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ “Asava Autumn/Winter 2022 Collection” ที่ในครั้งนี้มาพร้อมกับนิยามใหม่อย่าง “Time to focus on what matters” ที่เลือกถ่ายทอดมุมมองและความหมายของคำว่า ‘โฟกัส’ อันเกิดจากการพินิจและสำรวจลงไปถึงแก่นแท้ของรากฐานที่แท้จริงของแบรนด์ การโฟกัสที่เปรียบเสมือนการกำหนดรูปแบบและวิถีการใช้ชีวิต ให้เราไม่ไขว้เขวไปตามการเปลี่ยนแปลงหรือสิ่งเร้าในระหว่างทาง เพราะเทรนด์แฟชั่นอาจไม่สำคัญเท่ากับสไตล์หรืออัตลักษณ์เฉพาะบุคคล เช่นเดียวกับวิธีการทำงานของแบรนด์ที่เริ่มจากจุดตั้งต้นของปรัชญาที่ชัดเจน และสามารถพัฒนารูปแบบของผลงานให้มีความหลากหลายบนพื้นฐานของความเรียบง่าย ละเอียดอ่อน แต่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ผสานกับแนวคิดของผู้หญิงในแบบฉบับอาซาว่าที่ยึดมั่นและโฟกัสในตัวตนและความปรารถนาที่แท้จริง ผ่านการดำเนินชีวิตในแบบที่ตนเองเป็นผู้กำหนด

อาซาว่าจึงเชื่อว่าเมื่อการโฟกัสของทั้งสองสิ่งระหว่างจิตวิญญาณของผู้สวมใส่และเสื้อผ้ามาบรรจบกัน ก็ยิ่งเป็นการขับเน้นให้ตัวตนของผู้หญิงคนนั้นมีความชัดเจนและกระจ่างชัด สะท้อนผ่านสไตล์การแต่งตัวที่มีความชัดเจนในหลากหลายรายละเอียดและองค์ประกอบที่สามารถสวมใส่ได้จริงในหลายโอกาส แต่ยังคงความเรียบหรู คลาสสิก ที่ไม่ว่าใครได้สวมใส่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสง่างามในแบบของตน

หวั่นขึ้นค่าแรง! ซ้ำเติมธุรกิจไปไม่รอด

หวั่นขึ้นค่าแรง! ซ้ำเติมธุรกิจไปไม่รอด

ธุรกิจ

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ได้บรรลุข้อตกลงปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่มีผลในวันที่ 1 ต.ค.65 นี้ ที่แบ่งออกเป็นกลุ่มจังหวัด 9 โซน แตกต่างกันไป โดยเพิ่มอัตรา ค่าจ้างขึ้นตั้งแต่ 4.18-6.65% หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.02% ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่ที่เอสเอ็มอีเพียงกลุ่มเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประเภทอุตสาหกรรมและบริการที่ใช้แรงงาน หากใช้สัดส่วนสูงก็จะกระทบมากขึ้น ดังนั้น ธุรกิจที่มีการใช้แรงงานเข้มข้นและมีการแข่งขันราคาสูงและกำไรต่ำจะได้รับผลกระทบมากที่สุด แม้ผู้ใช้แรงงานอาจมองว่าการปรับค่าแรงครั้งนี้ ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง แต่สำหรับนายจ้างกลุ่มที่กำลังอ่อนแอจากการทำธุรกิจในวิกฤติโควิด-19 ก็จะรู้สึกว่า เป็นการซ้ำเติมให้ทำธุรกิจไปไม่รอดจากต้นทุนต่างๆที่เพิ่มรอบด้าน “หากคิดค่าจ้างขั้นต่ำ โดยใช้เกณฑ์ค่าแรงของกรุงเทพฯและปริมณฑล จะมีผลต่อต้นทุนการผลิตให้เพิ่มขึ้นอีก 1.5-2% จากปัจจุบัน ส่วนจะมีผลมากน้อยเพียงใดอยู่ที่จำนวนการจ้างแรงงานในกิจการ และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของสินค้าโดยทั่วไปที่อาจเพิ่มขึ้นอีก 1-1.5%”

ทั้งนี้ หากแยกประเภทการจ้างงานพบว่า กลุ่มธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้น จะได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงมากที่สุด เช่น ธุรกิจเกษตร-เกษตรแปรรูป, อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารพื้นฐาน, ธุรกิจก่อสร้าง, โรงแรมและที่พัก, ร้านอาหาร, ขนส่ง, อุตสาหกรรมรับจ้างการผลิต, โรงงานสิ่งทอ, โรงงานทำเครื่องหนัง ฯลฯ สำหรับการเอาตัวรอดของผู้ประกอบการอาจต้องพิจารณาถึงการเพิ่มทักษะนำระบบ Niche & Lean Process หรือปรับกระบวนการทำงานและกระบวนการผลิตให้กระชับ ลดขั้นตอนคอขวดต่างๆให้งานไม่สะดุดและให้มีส่วนสูญเสียในการผลิตต่ำที่สุด รวมทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อลดจำนวนแรงงาน.